ทับหลังปราสาทหินพนมรุ้ง จำลักรูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ จ.บุรีรัมย์
ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เป็นทับหลังปราสาทพนมรุ้ง (ทับหลังพนมรุ้ง) แห่งปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เป็นโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไทย ที่เชื่อว่าถูกโจรกรรมไปเมื่อราวปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ในช่วงสงครามเวียดนาม และถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก ในรัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐ
ภายใต้แรงกดดันต่างๆ ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ รวมถึงชาวอเมริกันเอง และสื่อมวลชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ นำโดยรัฐบาลไทย และ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ทำให้สถาบันศิลปะแห่งชิคาโกส่งมอบทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์คืนให้แก่รัฐบาลไทยในที่สุดเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑ และได้นำเอาทับหลังชิ้นนี้กลับไปติดตั้งยังที่เดิม ณ องค์ปราสาทประธานพนมรุ้งในวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ปัจจุบันทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร
ทับหลังของมณฑปด้านทิศตะวันออกปราสาทประธาน เป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ โดยพระนารายณ์บรรทมตะแคงขวาเหนือพระยาอนันตนาคราช ซึ่งทอดตัวอยู่เหนือมังกรอีกต่อหนึ่ง ท่ามกลางเกษียรสมุทร มีก้านดอกบัวผุดขึ้นจากพระนาภีของพระองค์ มีพระพรหมประทับอยู่เหนือดอกบัวนั้น พระนารายณ์ทรงถือ คฑา สังข์ และจักรไว้ในพระหัตถ์หน้าซ้าย พระหัตถ์หลังซ้ายและพระหัตถ์หลังด้านขวาตามลำดับ ส่วนพระหัตถ์หน้าขวารอบพระเศียรของพระองค์ ทรงมงกุฏรูปกรวยกภณฑล กรองศอ และทรงผ้าจีบเป็นริ้ว มีชายผ้ารูปหางปลาซ้อนกันอยู่ 2 ชั้น ด้านหน้าคาดด้วยสายรัดพระองค์ มีอุบะขนาดสั้นห้อยประดับ มีพระลักษณชายาพระองค์ประทับอยู่ปลายพระบาท
ทับหลัง
ปราสาทส่วนใหญ่จะมี ทับหลัง มีลักษณะเป็นแผ่นหินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า อยู่เหนือกรอบประตูทางเข้า-ออก ทำหน้าที่รับน้ำหนักของชั้นหลังคา ทับหลัง มี ๒ ประเภท คือ
- ทับหลังจริง ซึ่งอยู่ชั้นใน ทำหน้าที่รับน้ำหนักชั้นหลังคา
- ทับหลังประดับ ซึ่งอยู่ชั้นนอก เป็นงานประดับสถาปัตยกรรม ซึ่งนิยมสลักลวดลาย และภาพเล่าเรื่องต่างๆ
ทับหลังจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ของการกำหนดอายุโบราณสถาน ประเภททศาสนสถาน และเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่า ศาสนสถานนั้นเป็นของศาสนาและลัทธิใด โดยเฉพาะชิ้นที่สำคัญที่สุด ได้แก่ ทับหลังที่อยู่ด้านหน้าของห้องครรภคฤหะ เหตุที่เชื่อว่า ทับหลังใช้เป็นตัวกำหนดอายุได้ดีที่สุด เพราะส่วนใหญ่จะสร้างขึ้น พร้อมกับตัวปราสาท และสลักด้วยศิลา จึงเป็นสิ่งที่คงทนถาวร รวมทั้งมีภาพเล่าเรื่อง และลวดลายประดับ ที่สามารถบอกวิวัฒนาการได้เป็นอย่างดี
ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์
ปราสาทพนมรุ้งหรือปราสาทหินพนมรุ้ง เขตอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เทวสถานศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ตั้งอยู่บนภูเขาไฟที่ดับสนิท มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕ ถึง พุทธศตวรรษที่ ๑๘ ปราสาทพนมรุ้งสร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง พอจะมีข้อสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ ๒ เป็นผู้ที่มีบทบาทต่อการสร้างเทวาลัยถวายพระศิวะบนเขาพนมรุ้ง เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ ซึ่งในสมัยแรกๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ ๕ ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสบริวารถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๗ นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิทรปุระ ผู้ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้น และได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง

ประสาทหินพนมรุ้ง มีลักษณะที่สำคัญและโดดเด่น คือ แผนผังและองค์ประกอบในการออกแบบ ให้มีลักษณะเป็นแนวเส้นตรง และเน้นความสำคัญเข้าหาจุดศูนย์กลาง นั่นคือปราสาทประธานจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และทอดยาวไปทางทิศตะวันตก ทำให้แสงอาทิตย์สามารถส่องแสงลอดช่องผ่านมายังศิวลึงค์ ซึ่งอยู่ด้านในของตัวปราสาทและส่องแสงลอดช่องประตูอีกฝั่งได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกปี ปีละ ๔ ครั้ง โดยจะแบ่งเป็นพระอาทิตย์ขึ้น ๒ ครั้งในเดือน เมษายน และ กันยายนและพระอาทิตย์ตก อีก ๒ ครั้ง ในเดือน มีนาคม และ ตุลาคม
ข้อมูลท่องเที่ยว ชมทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์
พิกัดที่ตั้ง ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ข้อมูลท่องเที่ยว ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์
พิกัดที่ตั้ง ปราสาทหินพนมรุ้ง
ที่มาข้อมูลและรูปภาพ:
- เว็บไซต์วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (th.wikipedia.org)
- เว็บไซต์มิวเซียมสยาม (museumsiam.org)
- เว็บไซต์มิวเซียมไทยแลนด์ (museumthailand.com)
- เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
- เว็บไซต์กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

