วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดประจำรัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดประจำรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สัญลักษณ์อันงดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งกรุงเทพมหานคร วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันงดงามของกรุงเทพมหานคร ด้วยพระปรางค์สูงเด่นเป็นสง่า ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบหลากสี สะท้อนแสงระยิบระยับยามต้องแสงอาทิตย์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือน
วัดอรุณราชวรารามมีประวัติอันยาวนาน สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า “วัดมะกอก” ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดแจ้ง” เพราะทรงเสด็จมาถึงวัดนี้ยามรุ่งอรุณ ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระราชศรัทธาบูรณะปฏิสังขรณ์วัดอรุณครั้งใหญ่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระปรางค์ใหม่ สูง 82 เมตร ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบหลากสี และเปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดอรุณราชธาราม”
ต่อมาในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อวัดแจ้ง เป็น “วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร” หรือที่เรารู้จักกันในนาม วัดอรุณฯ
ประวัติวัดอรุณราชวราราม
วัดอรุณราชวราราม หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดแจ้ง ตั้งตระหง่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เป็น พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ที่งดงามและโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไทยอันวิจิตร
วัดอรุณฯ หรือวัดแจ้ง มีประวัติยาวนานย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมมีชื่อว่า วัดมะกอก สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้ารามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี และได้โปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดมะกอก และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดแจ้ง เนื่องจากพระองค์เสด็จมาถึงวัดแห่งนี้ในยามเช้าตรู่
พระพุทธรูปสำคัญ ภายในวัดอรุณราชวราราม
พระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก
พระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก เป็นพระประธานในพระอุโบสถ วัดอรุณราชวราราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอกคืบ หล่อด้วยโลหะปิดทอง รัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นพระพักตร์ รัชกาลที่ 3 โปรดให้หล่อขึ้น ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ
พระพุทธชัมภูนุทมหาบุรุษลักขณาอสีตยานุบพิตร
พระประธานในพระวิหาร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 6 ศอก หล่อด้วยทองแดงปิดทอง รัชกาลที่ 3 โปรดให้หล่อขึ้น
พระอรุณ
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 50 เซนติเมตร สร้างในสมัยอยุธยา เดิมประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ต่อมารัชกาลที่ 2 โปรดให้สร้างวิหารเพื่อประดิษฐาน
พระพุทธรูปยืน
ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี 2 องค์ องค์ด้านซ้ายเป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ องค์ด้านขวาเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3
พระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ
พระพุทธรูปโบราณ ประดิษฐานอยู่ภายในพระระเบียงรอบพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ เช่น ปางปฐมเทศนา ปางนาคปรก ปางประสูติ ปางตรัสรู้ ปางปรินิพพาน
สถาปัตยกรรมสำคัญภายในวัดอรุณฯ
พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม
องค์พระปรางค์วัดอรุณฯ อยู่ภายในรั้วล้อมทั้ง 4 ด้าน ตอนล่างเป็นกำแพงก่ออิฐถือปูน ตอนบนเป็นรั้วลูกกรงเหล็กทาสีแดงมีรูปครุฑยุดนาคติดอยู่ทุกช่อง ด้านตะวันตกหลังพระปรางค์นั้น มีเก๋งจีน ๑ หลัง เดิมทีมีประตูเข้าพระปรางค์ 9 ประตู พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดให้รื้อออกทั้งหมดในคราวปฎิสังขรณ์วัดอรุณฯครั้งใหญ่ แล้วโปรดให้สร้างประตูขึ้นใหม่เพียง ๕ ประตู และทรงโปรดให้ทำรูปพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 ติดในซุ้มเหนือบานประตูทั้งด้านนอกและด้านใน
ลานพระปรางค์วัดอรุณฯ ตั้งแต่รั้วถึงฐานพระปรางค์ ปูด้วยกระเบื้องหิน แต่ละมุมด้านในของรั้วมีแท่นก่อไว้มีลายเป็นขาโต๊ะตั้งติดกัน เข้าใจว่าจะเป็นที่สำหรับตั้งเครื่องบูชา รอบๆฐานพระปรางค์มีตุ๊กตาหินแบบจีนตั้งไว้ เป็นระยะ ๆ บริเวณลานที่ตรงกับพระมณฑป มีราวเทียนและที่สำหรับปักธูปบูชาทั้ง 4 พระมณฑป
ประติมากรรมสำคัญภายในวัดอรุณฯ
นอกจากพระปรางค์แล้ว ยังมี ประติมากรรม มากมายที่ล้วนมีความงดงามและแฝงไว้ด้วยคติความเชื่ออันลึกซึ้ง บทความนี้ขอนำเสนอตัวอย่างประติมากรรมสำคัญภายในวัดอรุณฯ ดังนี้
ยักษ์วัดแจ้ง
ประติมากรรมยักษ์ขนาดใหญ่ 2 ตน ยืนเฝ้าประตูทางเข้าพระอุโบสถ ยักษ์ฝ่ายซ้ายชื่อ สหัสเดชะ ยักษ์ฝ่ายขวาชื่อ ทศกัณฐ์ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ยักษ์วัดแจ้งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ยืนพนมมือ แสดงถึงความเคารพ
เทวดาและนางฟ้า
ประดับอยู่บนฐานพระปรางค์ มีทั้งเทวดาและนางฟ้า ประติมากรรมเหล่านี้มีความงดงาม อ่อนช้อย แสดงถึงความอ่อนหวานและความสง่างาม
รูปปั้นทหารจีน
ประดับอยู่บนฐานพระปรางค์เช่นกัน เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารจีนที่ช่วยกอบกู้กรุงศรีอยุธยา
รูปปั้นพญานาค
อยู่บริเวณบันไดทางขึ้นพระปรางค์ พญานาคมีลำตัวสีเขียว ขดตัวขึ้น แสดงถึงพลังอำนาจและความยิ่งใหญ่
รูปปั้นพญาครุฑ
ประดับอยู่บนยอดพระปรางค์ พญาครุฑเป็นพาหนะของพระนารายณ์ แสดงถึงพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์
ประติมากรรมพุทธประวัติ
อยู่ภายในมณฑปทั้ง 4 ทิศ รอบพระปรางค์ แสดงเหตุการณ์สำคัญตามพุทธประวัติ เช่น ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน
รูปปั้นพระเกจิอาจารย์
อยู่ภายในพระอุโบสถและวิหารต่างๆ เช่น รูปปั้นหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง รูปปั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อดีตเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ
ประติมากรรม เหล่านี้ล้วนมีความงดงามและแฝงไว้ด้วยคติความเชื่ออันลึกซึ้ง สะท้อนให้เห็นถึงศรัทธาและความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อศาสนาพุทธ การมาเยือนวัดอรุณฯ ไม่ได้เป็นเพียงการชมความงดงามของสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับคติความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมไทยอีกด้วย
ข้อมูลวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
| ชื่อ | วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร |
|---|---|
| ที่ตั้ง | เลขที่ 34 ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600 |
| ประเภท | พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร |
| นิกาย | เถรวาท มหานิกาย |
| พระประธาน | พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก |
| เจ้าอาวาส | พระพรหมวัชรเมธี (สมเกียรติ โกวิโท) |
| ความสำคัญ | วัดประจำรัชกาลที่ 2 |
ข้อมูลท่องเที่ยว วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
พิกัดที่ตั้ง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดอรุณฯ)
การเดินทางเพื่อสักการะ และท่องเที่ยววัดอรุณฯ
การเดินทางทางเรือ: นั่งเรือด่วนเจ้าพระยา ธงแดง ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ
การเดินทางทางรถ: รถเมล์สาย 12, 35, 47, 57, 82, 177, 508
อัตราค่าเข้าชม: นักท่องเที่ยวชาวไทย 50 บาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 200 บาท
การแต่งกาย : นักท่องเที่ยวควรแต่งกายให้สุภาพ สวมเสื้อมีแขน สวมกระโปรงหรือกางเกงขายาว และไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดรูปจนเกินไป
เวลาเปิด-ปิดสำหรับไปไหว้พระ : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 18.00 น.
ที่ตั้ง : เลขที่ 34 ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
โทรศัพท์ : (+66)02 891 2185 เว็บไซต์ : https://www.watarun1.com/
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนกรุงเทพมหานคร ด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และบรรยากาศอันร่มรื่น เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การไหว้พระขอพร ชมความงดงามของศิลปะไทย และเรียนรู้วัฒนธรรมไทย
ที่มาข้อมูลและรูปภาพ:
- เว็บไซต์วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (th.wikipedia.org)
- เว็บไซต์มิวเซียมสยาม (museumsiam.org)
- เว็บไซต์มิวเซียมไทยแลนด์ (museumthailand.com)
- เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


