ไทยน่ารู้ ยักษ์ทั้ง 12 ตนในวัดพระแก้วและสนามบินสุวรรณภูมิ มีที่มาอย่างไรกันบ้าง
ประติมากรรมรูปยักษ์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในพุทธศักราช 2563 ร่วมสมัย “สวมหน้ากากป้องกัน Covid-19 การ์ดไม่ตก”ประติมากรรมรูปยักษ์ประดิษฐานภายในโถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่สื่อให้ชาวต่างชาติที่มาเยือนแผ่นดินไทยได้สัมผัสกับอมตะศิลป์ของสยามประเทศ จำนวน 12 ตน ซึ่งทั้งหมดนั้นจำลองมาจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้วสืบเนื่องจากขนบธรรมเนียม ความเชื่อและเรื่องเล่าขานมาว
ประติมากรรมปูนปั้นยักษ์ ลงสีประดับกระจกสีที่สนามบินสุวรรณภูมิ อยู่ที่ชั้น 4 บริเวณโถงผู้โดยสารขาออก หลังเคาน์เตอร์เช็คอิน แถว D ถึง R มีประติมาปูนปั้นรูปยักษ์ทั้งหมด 12 ตน ซึ่งยักษ์ทั้งหมดนั้นจำลองแบบมาจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว
ประติมากรรมรูปยักษ์จากเรื่องรามเกียรติ์ 6 คู่ ทำหน้าที่ทวารบาลเฝ้า 6 ประตูด้านในระเบียงคดของวัดพระแก้ว แต่ละตนมีชื่อ ลักษณะ สีสัน และเรื่องราวแตกต่างกัน
การปั้นยักษ์ทั้ง 12 ตนทำขึ้นเพื่อปกป้องรักษา วัดพระศรีรัตนศาสดารามและปกปักษ์รักษาบริเวณนี้ให้ปลอดภัยจากภูตผีปีศาจร้าย ยักษ์เหล่านี้เป็นตัวละครเอกในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ที่ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่และความงดงามของประติมากรรมไทย ซึ่งปั้นขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 รูปปั้นยักษ์มีทั้งหมดหกคู่ติดตั้งยืนตระหง่านที่บริเวณประตูทางเข้าที่เป็นทางสู่ภายในวัดฯ รูปปั้นยักษ์หันหน้าเข้าอุโบสถ สื่อความหมายว่ายักษ์เหล่านี้เฝ้าปกปักษ์รักษาพระแก้วจากภูติผีปีศาจร้าย ซึ่งยักษ์แต่ละตนมีประวัติดังนี้
ทศคีรีวัน และ ทศคีรีธร
ทศคีรีวัน และ ทศคีรีธร เป็นโอรสแฝดของทศกัณฐ์กับนางช้าง ซึ่งต่อมา ท้าวอัศกรรณได้ขอไปเป็นบุตรบุญธรรม เมื่อทั้งสองโตเป็นหนุ่ม ได้กลับมาเยี่ยมทศกัณฐ์ผู้เป็นบิดา เมื่อทราบว่าทศกัณฐ์กำลังทำศึกกับพระราม จึงได้ขอเข้าร่วมรบด้วย และถูกพระลักษมณ์สังหารทั้งคู่
สหัสสเดชะ
สหัสสเดชะ กษัตริย์ครองกรุงปางตาล เป็นสหายกับทศกัณฐ์ มีพันหน้า สองพันมือ เมื่อครั้งที่ มูลพลัม ผู้เป็นน้องชาย ถูกทศกัณฐ์เรียกตัวไปช่วยรบ สหัสสเดชะก็ได้ติดตามไปด้วย เมื่อทราบว่ามูลพลัมถูกพระลักษมณ์สังหารแล้ว ก็เร่งยกทัพไปแก้แค้น แต่หนุมานก็แปลงกายเป็นทหารวานรชื่อ สังขะ มาดักไว้ ทำทีมาขอสวามิภักดิ์ด้วย เมื่อสบโอกาส หนุมานได้นำเอาตะบองต้นชี้ตายปลายชี้เป็น ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญของสหัสสเดชะมาทำลาย ก่อนจะคืนร่างเดิม และเข้าต่อสู้กับสหัสสเดชะ ก่อนจะสังหารสหัสเดชะได้ในที่สุด
อัศกรรณมาราสูร
อัศกรรณมาราสูร หรืออัศกรรณมารา หรือท้าวอัศกรรณฯ ครองเมืองดุรัม เป็นสหายของทศกัณฐ์ และได้ขอทศคีรีวัน ทศคีรีธร โอรสแฝดของทศกัณฐ์ไปเป็นบุตรบุญธรรม เมื่อทราบว่าทศกัณฐ์ ทศคีรีวัน และทศคีรีธรถูกสังหารแล้ว ก็ยกทัพมาดักพระรามในขณะที่จะเสด็จกลับกรุงอโยธยา พระรามได้แผลงศรไปตัดตัวท้าวอัศกรรณจนขาดเป็นสองท่อน แต่ท้าวอัศกรรณกลับเพิ่มเป็นสองตน ยิ่งแผลงศรใส่ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นจนมีท้าวอัศกรรณมารานับพันตน พิเภกจึงแนะนำวิธีสังหาร คือให้แผลงศรตัดตัวท้าวอัศกรรณให้ขาดครึ่งท่อนและกวาดร่างทั้งหมดลงน้ำ พระรามจึงแผลงศรไปตัดตัวท้าวอัศกรรณจนขาดครึ่งท่อน ส่วนพระลักษมณ์แผลงศรเป็นลมพัดเอาร่างทั้งหมดของท้าวอัศกรรณลงน้ำ ท้าวอัศกรรณจึงสิ้นชีพในที่สุด
วิรุญจำบัง
วิรุญจำบัง เป็นโอรสของพญาทูษณ์ น้องชายของทศกัณฐ์ มีโอรสชื่อ วิรุญมุข ถูกเรียกตัวมารบพร้อมกับท้าวสัทธาสูร เมื่อท้าวสัทธาสูรถูกสังหารในสนามรบ วิรุญจำบังได้ไปหลบในฟองน้ำในทะเลสีทันดร แต่หนุมานก็ตามไปสังหารได้
ทศกัณฐ์
ทศกัณฐ์ หรือทศพักตร์ เป็นโอรสของท้าวลัสเตียน และพระนางรัชฎาต่อมาได้เป็นกษัตริย์ครองกรุงลงกา มีสิบหน้า ยี่สิบมือ มีฤทธานุภาพมาก ชาติก่อนเป็นยักษ์ล้างเท้าเทวดาบนสวรรค์ ชื่อนนทก ที่ถูกพระนารายณ์สังหารและสาปให้มาเกิดบนโลกมนุษย์ ถอดดวงใจฝากไว้กับพระฤๅษีโคบุตรผู้เป็นอาจารย์ จึงไม่มีใครสามารถสังหารได้ ในเวลาต่อมา ได้ไปชิงนางสีดามาจากพระราม จึงเกิดมหาสงครามขึ้น ที่สุดถูกพระรามแผลงศรปักอก และถูกหนุมานหลอกนำกล่องดวงใจจากพระฤๅษีโคบุตรมาขยี้ จึงสิ้นชีพในที่สุด
มังกรกัณฐ์
มังกรกัณฐ์ เป็นโอรสของพญาขร น้องชายของทศกัณฐ์ ทศกัณฐ์ได้เรียกมาช่วยให้มารบขัดตาทัพในช่วงที่อินทรชิตไปทำพิธีชุบศรนาคบาศ โดยทศกัณฐ์ได้ให้จักรแก้วที่อินทรชิตชิงมาจากพระอินทร์ให้มังกรกัณฐ์ไปเป็น อาวุธด้วย มังกรกัณฐ์ใช้แผนการแยกร่างออกนับร้อยนับพัน แต่สุดท้ายก็ถูกพระรามสังหารหมด
ไมยราพ หรือมัยราพณ์
ไมยราพ หรือมัยราพณ์ เป็นโอรสของท้าวมหายมยักษ์ และพระนางจันทรประภา มีพี่สาวชื่อพิรากวน ซึ่งก่อนที่ท้าวมหายมยักษ์จะสิ้นพระชนม์ ได้สั่งห้ามมัยราพณ์ ไม่ให้ไปคบกับทศกัณฐ์ซึ่งมีใจพาล แต่เมื่อทศกัณฐ์มาชวนไปรบ มัยราพณ์ก็ไปช่วยเพราะเกรงอำนาจของทศกัณฐ์ โดยมัยราพณ์ได้เป่ายาสะกดทัพพระรามให้หลับใหล และชิงตัวพระรามไปยังเมืองบาดาลเพื่อจะต้มกิน แต่หนุมานก็ตามลงไปช่วยขึ้นมาได้ หนุมานสังหารมัยราพณ์ด้วยการฆ่าแมลงภู่ที่บินอยู่รอบเขาตรีกูฏอันเป็นที่เก็บหัวใจของมัยราพณ์
จักรวรรดิ
จักรวรรดิ หรือท้าวจักรวรรดิ เป็นกษัตริย์ครองกรุงมลิวัน เป็นสหายคนสุดท้ายของทศกัณฐ์ หลังจากที่รู้ข่าวจาก ไพนาสุริยวงศ์ โอรสองค์เล็กของทศกัณฐ์ว่าทศกัณฐ์ถูกพระรามสังหาร โดยมีพิเภกป็นไส้ศึก จึงได้ยกทัพมาบุกกรุงลงกา และจับท้าวทศคิริวงษ์ หรือ พิเภกไปขังไว้ ก่อนจะสถาปนาไพนาสุริยวงศ์เป็นท้าวทศพิน กษัตริย์องค์ใหม่แห่งกรุงลงกา ต่อมา พระรามได้สั่งให้ พระพรตและพระสัตรุด ยกทัพไปช่วยพิเภกและปราบท้าวจักรวรรดิ เมื่อช่วยพิเภกได้แล้ว พระพรตก็ยกทัพต่อไปยังกรุงมลิวัน ท้าวจักรวรรดิได้ออกรบ และถูกพระพรตสังหารในที่สุด
วิรุฬหก
วิรุฬหก เป็นยักษ์ที่จะมาเข้าเฝ้าพระอิศวรที่เขาไกรลาส เจ็ดครั้งต่อปี ซึ่งวิรุฬหกจะกราบขั้นบันได้ขึ้นเขาไกรลาสทุกขั้นด้วยความจงรักภักดี แต่ได้มีตุ๊กแกตัวหนึ่งชื่อ สรภู คอยแต่จะหัวเราะขำขันในการกระทำของวิรุฬหก เมื่อขึ้นไปถึงที่ประทับ ปรากฏว่า พระอิศวรยังไม่ทรงตื่นบรรทม ทำให้ถูกตุ๊กแกสรภูหัวเราะหนักขึ้นไปอีก ด้วยความแค้นใจ ทำให้วิรุฬหกซัดสร้อยสังวาลนาคเข้าใส่สรภูจนตายคาที่ แรงกระเทือนทำให้เขาไกรลาสทรุดเอียง ซึ่งต่อมา พระอิศวรได้มีรับสั่งให้ทศกัณฐ์มาดันเขาไกรลาสให้ตรงเหมือนเดิม
อินทรชิต
อินทรชิต เป็นโอรสของทศกัณฐ์กับนางมณโฑ เดิมชื่อรณพักตร์ แต่ต่อมา สามารถรบชนะพระอินทร์ได้ ทศกัณฐ์จึงเปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็นอินทรชิต แปลว่า ผู้ชนะพระอินทร์ มีนางสุวรรณกันยุมาเป็นชายา และมีโอรสชื่อยามลิวัน กับ กันยุเวก เคยได้รับพรจากพระพรหมให้สามารถแปลงกายเป็นพระอินทร์ได้ ซึ่งอินทรชิตเคยนำเอาความสามารถนี้มาใช้ในการศึก จนสามารถแผลงศรพรหมาสตร์ไปถูกพระลักษมณ์ได้ ท้ายที่สุด ถูกพระลักษมณ์แผลงศรไปตัดเศียรขาดกลางอากาศ และองคตได้ไปนำเอาพานแว่นฟ้าของพระพรหมมารองรับเศียรไว้ได้ เพราะอินทรชิตเคยได้รับพรจากพระพรหมอีกข้อว่า หากเศียรขาดตกถึงพื้น จะเกิดไฟบรรลัยกัลป์ลุกท่วมโลก ต้องนำพานแว่นฟ้าของพระองค์มารองรับเท่านั้น
สุริยาภพ
สุริยาภพ เป็นโอรสองค์โตของท้าวจักรวรรดิ มีหอกเมฆพัทเป็นอาวุธ สุริยาภพได้ซัดหอกเมฆพัทไปปักพระสัตรุด แต่พิเภกก็แนะนำตัวยาที่จะใช้รักษาพิษหอกเมฆพัท พระพรตจึงสั่งให้นิลพัทไปนำตัวยาทั้งหมดมา และในการศึกครั้งต่อมา พระพรตก็สังหารสุริยาภพได้
พิกัดที่ตั้ง ประติมากรรมยักษ์ วัดพระแก้ว
ประติมากรรมยักษ์วัดพระแก้ว ตั้งอยู่ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว)
การเดินทางเที่ยวชมประติมากรรมยักษ์ วัดพระแก้ว
พิกัดและข้อมูลท่องเที่ยว วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
พิกัดที่ตั้ง ประติมากรรมยักษ์สนามบินสุวรรณภูมิ
ประติมากรรมยักษ์สนามบินสุวรรณภูมิ อยู่ ชั้น ๔ บริเวณโถงผู้โดยสารขาออก หลังเคาน์เตอร์เช็คอิน แถว D ถึง R ของสนามบินสุวรรณภูมิ
การเดินทางเที่ยวชมประติมากรรมยักษ์ วัดพระแก้ว
พิกัดและข้อมูลท่องเที่ยว วัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว)
ที่มาข้อมูลและรูปภาพ:
- เว็บไซต์วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (th.wikipedia.org)
- เว็บไซต์มิวเซียมสยาม (museumsiam.org)
- เว็บไซต์มิวเซียมไทยแลนด์ (museumthailand.com)
- เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) (thai.tourismthailand.org)

