สถานที่ท่องเที่ยวสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ

เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย เขตพระนคร บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล หรือส่วนหนึ่งของที่ประทับวังหน้า เป็นโบราณสถานในประเทศไทย จัดแสดงประวัติศาสตร์ชาติไทย ศิลปะและโบราณคดีในประเทศไทย

โบราณสถาน บริเวณพระราชวังเดิมของสมเด็จพระบวรราชเจ้า ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล หรือส่วนหนึ่งของที่ประทับวังหน้า คือพื้นที่พระราชวังของสมเด็จพระบวรราชเจ้าตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ เป็นต้นมา ซึ่งเป็นโบราณสถานในประเทศไทย ระบุโดยเลขทะเบียนกรมศิลปากรมีอาณาเขตตั้งแต่บริเวณมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงตอนตะวันตก อนุสาวรีย์ทหารอาสา และโรงละครแห่งชาติในปัจจุบัน

ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ประกอบด้วยหมู่พระที่นั่งต่าง ๆ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย หมู่พระวิมาน พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ และ อาคารมหาสุรสิงหนาท

ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีในประเทศไทย งานประณีตศิลป์และชาติพันธุ์วิทยา รวมไปถึงนิทรรศการชั่วคราวต่าง ๆ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ประวัติพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

เดิมพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ที่หอคองคอเดีย (ศาลาสหทัยสมาคม ในปัจจุบัน) เรียกว่า “มิวเซียม” หรือ “พิพิธภัณฑสถานหอคองคอเดีย” โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๑๗ จนต่อมาเมื่อกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ เสด็จทิวงคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) จึงให้ยกเลิกตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เป็นเหตุให้พระราชวังบวรสถานมงคลว่าง พระองค์จึงโปรดฯ ให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานมาจัดแสดง โดยใช้พื้นที่ของพระราชวังบวรฯ บางส่วน จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) ส่วนพระราชมณเฑียรของพระราชวังบวรฯ ทั้งหมดได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนครและหอสมุดพระวชิรญาณ เพื่อจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙

การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยนั้นเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๔) โดยพระองค์ทรงจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ขึ้นที่พระที่นั่งราชฤดี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านข้างของพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ต่อมา เมื่อพระองค์ทรงสร้างพระอภิเนาว์นิเวศน์ขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง จึงโปรดฯ ให้ย้ายโบราณวัตถุและของแปลก ๆ มาไว้ยังพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ในหมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์ ซึ่งนับเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ หรือ “รอยัล มิวเซียม” (Royal Museum) มิได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม

ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๕) พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนครขึ้นที่หอคองคอเดีย (ศาลาสหทัยสมาคม ในปัจจุบัน) เรียกว่า “มิวเซียม” หรือ “พิพิธภัณฑสถานหอคองคอเดีย” โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๑๗ ซึ่งนับเป็นวันกำเนิดของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย พิพิธภัณฑสถานตั้งอยู่ภายในพระบรมมหาราชวังเป็นเวลา ๑๓ ปี จนกระทั่ง กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญเสด็จทิวงคต พร้อมกันนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโ ปรดฯ ให้ยกเลิกตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เป็นเหตุให้พระราชวังบวรสถานมงคล หรือ วังหน้า ว่างลง พระองค์จึงโปรดฯ ให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานมาจัดแสดง โดยใช้พื้นที่ของพระราชวังบวรฯ บางส่วน ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๓๐ นอกจากนี้ พระองค์ยังโปรดฯ ให้มีการปรับปรุงพื้นที่เขตวังหน้าและให้ตัดพื้นที่บางส่วนไปใช้ในราชการทหารด้วย

ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๖) เจ้านายฝ่ายกรมพระราชวังบวรฯ เหลือน้อยพระองค์ พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านายฝ่ายพระราชวังบวรฯ เข้าไปประทับในพระบรมมหาราชวัง และพระราชทานพระมหามณเฑียร ณ ขณะนั้นให้เป็นโรงทหาร จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดฯ ให้ย้ายโรงทหารไปอยู่ที่วังจันทรเกษม (บริเวณกระทรวงศึกษาธิการ ในปัจจุบัน) ส่วนพระราชมณเฑียรของพระราชวังบวรฯ ทั้งหมดจัดเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนครและหอสมุดพระวชิรญาณเพื่อจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้สร้างอาคารเพิ่มขึ้นอีก ๒ หลัง คือ “อาคารมหาสุรสิงหนาท” ปัจจุบัน จัดแสดงความเป็นมา ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และในยุคประวัติศาสตร์ตั้งแต่อาณาจักรทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี ตลอดจนอิทธิพลอารยธรรมอินเดียสมัยก่อนพุทธศักราช 1800 และ “อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์” ปัจจุบัน จัดแสดงศิลปวัตถุจากอาณาจักรล้านนา สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ตลอดจนจัดแสดงงานประณีตศิลป์ของกรุงรัตนโกสินทร์

โบราณวัตถุสำคัญภายในพิพิธภัณฑ์

พระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร

พระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร พระประธานในพระอุโบสถ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เป็นพระประธานปางสมาธิ ที่ฐานพระประธานเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓

พระพุทธไสยาสน์นารถชนินทร์ ชินสากยบรมสมเด็จ สรรเพชญพุทธบพิตร

พระพุทธไสยาสน์ปูนปั้น รัชกาลที่ ๔ ทรงถวายพระนามว่า “พระพุทธไสยาสน์นารถชนินทร์ ชินสากยบรมสมเด็จ สรรเพชญพุทธบพิตร”เป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีสัดส่วนงดงามมาก วัดความยาวจากพระบาทถึงเปลวพระรัศมีได้ ๒๐ เมตร สูง ๖ เมตร พระเขนยสี่เหลี่ยม ใต้พระเศียรซ้อน ๗ พระเขนยลงรักปิดทองประดับกระจกสีฐานชุกชีประดับลวดลายสวยงาม ชั้นบนประดับปูนปั้นลายกลีบบัวรวนกลีบยาวติดกระจกสี

พระพุทธชัยสิทธิธรรมนาท

พระพุทธชัยสิทธิธรรมนาท พระประธานในศาลาการเปรียญ เป็น พระพุทธรูปปั้นถือตาลปัตรปางประทานพระธรรมเทศนา

พระ…

สถาปัตยกรรมสำคัญภายในพิพิธภัณฑ์

พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม

องค์พระปรางค์วัดอรุณฯ อยู่ภายในรั้วล้อมทั้ง ๔ ด้าน ตอนล่างเป็นกำแพงก่ออิฐถือปูน ตอนบนเป็นรั้วลูกกรงเหล็กทาสีแดงมีรูปครุฑยุดนาคติดอยู่ทุกช่อง ด้านตะวันตกหลังพระปรางค์นั้น มีเก๋งจีน ๑ หลัง เดิมทีมีประตูเข้าพระปรางค์ ๙ ประตู พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดให้รื้อออกทั้งหมดในคราวปฎิสังขรณ์วัดอรุณฯครั้งใหญ่ แล้วโปรดให้สร้างประตูขึ้นใหม่เพียง ๕ ประตู และทรงโปรดให้ทำรูปพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๕ ติดในซุ้มเหนือบานประตูทั้งด้านนอกและด้านใน

ประติมากรรมสำคัญภายในพิพิธภัณฑ์

ยักษ์วัดโพธิ์

ฤาษีดัดตน

ข้อมูลท่องเที่ยว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พิกัดที่ตั้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

การเดินทางเพื่อท่องเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

รถโดยสารสาธารณะ สามารถใช้บริการรถโดยสารสาธารณะสาย 1, สาย 3, สาย 6, สาย 9, สาย 12, สาย 25, สาย 32, สาย 44, สาย 47, สาย 48, สาย 53, สาย 82 และ รถประจำทางปรับอากาศ สาย ปอ.1, สาย ปอ.พ.4, สาย ปอ.507, สาย ปอ.508, สาย ปอ.12, สาย ปอ.44 และสาย ปอ.48 ลงป้ายวัดโพธิ์ (รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: http://www.bmta.co.th) เรือ สามารถเดินทางโดยเรือด่วนเจ้าพระยา เลือกขึ้นฝั่งได้ที่  ท่าเรือท่าเตียน จากนั้นเดินไปอีกประมาณ 5 นาทีจะถึงวัด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.chaophrayaexpressboat.com **แนะนำการเดินทาง : แท็กซี่มิเตอร์ เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมอย่างมาก  โดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท และเพิ่มค่าโดยสารกิโลเมตรละ 5.50 บาทในระยะ 1-10 กิโลเมตรแรก สามารถดูรายละเอียดอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2laovLG

อัตราค่าเข้าชม

เข้าชม ฟรีสำหรับชาวไทย และเสียค่าธรรมเนียม 100 บาทสำหรับชาวต่างชาติ

การแต่งกาย

นักท่องเที่ยวควรแต่งกายให้สุภาพ สวมเสื้อมีแขน สวมกระโปรงหรือกางเกงขายาว และไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดรูปจนเกินไป

เวลาทำการ (ปิด-ปิด)

เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 น. – 18.30 น.

ที่ตั้ง

2 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

ติดต่อ

โทรศัพท์ : 
โทรสาร : 
อีเมล์ : 
เว็บไซต์ : 


ที่มาข้อมูลและรูปภาพ:

  • เว็บไซต์วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (th.wikipedia.org)
  • เว็บไซต์มิวเซียมสยาม (museumsiam.org)
  • เว็บไซต์มิวเซียมไทยแลนด์ (museumthailand.com)
  • เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

Shares:
ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *