วันนี้ในอดีตวันสำคัญของไทย

วันที่ในอดีต 7 พฤษภาคม ร.ศ. 95 – พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงวางศิลาฤกษ์พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

วันนี้ในอดีตของ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 (ค.ศ.2007) วันสำคัญของประเทศไทย ทุกวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
วันสวรรคตรัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล 9 มิถุนายน 2489

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงวางศิลาฤกษ์พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พุทธศักราช 2419 (ร.ศ. 95)

วันที่ 7 พฤษภาคม พุทธศักราช 2419 (ร.ศ. 95) เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่จารึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สยามประเทศ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีอันเป็นมงคลยิ่ง นั่นคือ การวางศิลาฤกษ์พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ณ พระบรมมหาราชวัง การเริ่มต้นการก่อสร้างพระที่นั่งอันสง่างามนี้ มิได้เป็นเพียงการขยายพื้นที่พระราชฐาน แต่ยังสะท้อนถึงพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระองค์ในการนำพาสยามประเทศก้าวสู่ความทันสมัยและเป็นที่ยอมรับในสายตาของนานาอารยประเทศ

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สยามประเทศเผชิญกับความท้าทายจากลัทธิล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก พระองค์ทรงตระหนักดีว่า การปรับปรุงประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกด้าน ทั้งการบริหารราชการ การทหาร เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงสถาปัตยกรรม เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาเอกราชและความมั่นคงของชาติ การก่อสร้างพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทจึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ ที่มุ่งเน้นการผสมผสานความเจริญแบบตะวันตกเข้ากับเอกลักษณ์ความเป็นไทย

พระราชดำริในการสร้างพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทเกิดขึ้นเพื่อสนองพระราชประสงค์ที่จะมีสถานที่อันโอ่อ่าสง่างามตามแบบตะวันตก สำหรับใช้ในการประกอบพระราชพิธีสำคัญ การรับรองพระราชอาคันตุกะ และการแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของสยามประเทศ ควบคู่ไปกับการธำรงรักษาศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยอันเป็นมรดกของชาติ

การออกแบบพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น โดยได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนเรเนซองส์ (Italian Renaissance) ในส่วนของตัวอาคารสามชั้น ซึ่งแสดงออกถึงความสง่างามและความสมมาตรตามแบบตะวันตก ในขณะเดียวกัน ส่วนหลังคาและยอดปราสาทได้รับการออกแบบตามแบบสถาปัตยกรรมไทยประเพณีอย่างวิจิตรบรรจง ทำให้เกิดรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์และงดงามอย่างยิ่ง จนได้รับสมญาว่าเป็น “ฝรั่งสวมชฎา”

ผู้ออกแบบพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทคือ นายจอห์น คลูนิช (John Clunish) สถาปนิกชาวสิงคโปร์เชื้อสายอังกฤษ ผู้มีความเข้าใจในสถาปัตยกรรมตะวันตกเป็นอย่างดี โดยมีเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น เป็นแม่กองอำนวยการก่อสร้าง และพระยาเวียงในนฤบาล (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้กำกับดูแลการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด การร่วมมือกันระหว่างสถาปนิกชาวต่างชาติและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของไทย แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการสร้างสรรค์สิ่งก่อสร้างที่ผสมผสานความรู้และความเชี่ยวชาญจากทั้งสองวัฒนธรรม

พิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ร.ศ. 95 จึงเป็นพิธีที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีตามโบราณราชประเพณี เพื่อความเป็นสิริมงคลและความมั่นคงของการก่อสร้าง ข้าราชบริพาร ขุนนาง และประชาชนจำนวนมากต่างมาร่วมเป็นสักขีพยานในการเริ่มต้นโครงการก่อสร้างอันยิ่งใหญ่นี้

ภายหลังจากการวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทดำเนินไปอย่างต่อเนื่องด้วยความประณีตบรรจง ช่างฝีมือทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสร้างสรรค์รายละเอียดต่างๆ ของพระที่นั่งให้มีความงดงามสมพระเกียรติ การตกแต่งภายในก็มีความวิจิตรตระการตา สะท้อนถึงความมั่งคั่งและความรุ่งเรืองของสยามในยุคนั้น ในที่สุด การก่อสร้างก็แล้วเสร็จสมบูรณ์ในรัชศก 100 (พุทธศักราช 2424) และได้มีการเฉลิมพระราชมณเฑียรอย่างสมเกียรติในปีพุทธศักราช 2425

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทมิได้เป็นเพียงอาคารที่สวยงาม แต่ยังมีความสำคัญในฐานะที่เป็นศูนย์กลางของการบริหารราชการและการประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท้องพระโรงกลางของพระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นสถานที่เสด็จออกให้คณะทูตานุทูตต่างประเทศเข้าเฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองพระราชอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติ

ภายในพระที่นั่งยังประกอบด้วยส่วนต่างๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปะ อาทิ พระที่นั่งองค์ตะวันออก ซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระราชโอรส 5 พระองค์ ชั้นบนเป็นที่ประดิษฐานปูชนียวัตถุสำคัญ ส่วนพระที่นั่งองค์ตะวันตก เคยเป็นหอพระอัฐิของพระมเหสีและพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ และเป็นที่จัดแสดงเครื่องอาวุธโบราณอันทรงคุณค่า

จวบจนปัจจุบัน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทยังคงเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของพระบรมมหาราชวัง และเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพระราชพิธีต่างๆ รวมถึงการรับรองประมุขแห่งรัฐและบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ ความสง่างามและความเป็นเอกลักษณ์ของพระที่นั่งองค์นี้ ยังคงเป็นที่ประทับใจของผู้มาเยือนจากทั่วโลก

การวางศิลาฤกษ์พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในวันที่ 7 พฤษภาคม ร.ศ. 95 จึงมิได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างอาคารหลังหนึ่ง แต่เป็นการเริ่มต้นของสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาประเทศในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระที่นั่งองค์นี้เป็นประจักษ์พยานถึงพระปรีชาสามารถและพระราชวิสัยทัศน์อันยาวไกลของพระองค์ ในการนำพาสยามประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

ในวันที่ 7 พฤษภาคมของทุกปี เราจึงควรน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และชื่นชมในความงดงามของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งเป็นมรดกทางศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของชาติไทย ที่ยังคงสง่างามเป็นศรีสง่าแห่งพระบรมมหาราชวังตราบจนทุกวันนี้

ที่มา

Shares:
ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *